ตำนานการกำเนิดโลก ของชาวจีน
posted on 08 Nov 2007 12:49 by fababor-it
ผานกู่เบิกฟ้า
เดิมทีโลกนั้นหาแสงสว่างอันใดมิได้ เมื่อขณะดินฟ้าหลอมรวมเป็นหนึ่งนั้น รอบทิศทั้งปวงก็มืดมิดสิ้นหารู้จะมองเห็นอันใดไม่ แลรูปร่างนั้นแลเหมือนหนึ่งฟองไข่ไก่
ครั้นอยู่มามีผู้หนึ่งเรียกว่าพนกู้ (ผานกู่...พงศาวดารจีนไคเภ็กฉบับท่านเจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดีเรียกเป็น พนโกสีย์ฮ่องเต้) กำเนิดขึ้น แลพนกู้อยู่ไปนานประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันปี ก็มีพลังอำนาจมหาศาลประมาณมิได้ แลการทั้งปวงใต้ฟ้านั้นพนกู้ก็รู้แจ้งอยู่แก่ตัวสิ้น ขณะเมื่อพนกู้ตื่นแลเห็นสิ่งทั้งปวงล้วนมืดมิดสนิทไปก็มีใจโกรธ หยิบเอาขวานสำหรับมือเหวี่ยงไปเบื้องหน้า กระทบเอาฟองไข่ไก่แตกปริ สิ่งซึ่งมีสีอันใสแลเบานั้นก็ลอยขึ้นสูงกลับกลายเป็นท้องฟ้าครามแลสิ่งซึ่งหนักข้นก็จมลงเบื้องล่างปรากฏเป็นผืนปฐพีขึ้น
ขณะเมื่อพนกู้แยกฟ้าดินออกห่างนั้นก็มีใจเกรงอยู่ว่าเกลือกฟ้าแลดินนั้นจักรวมกันเข้าก็จะมืดไปเหมือนดังเก่าจึงเอาตัวเหยียบดินอยู่กลาง ศีรษะค้ำเอาฟ้าไว้ ด้วยผานกู่ทำทั้งนี้ฟ้าก็สูง ปฐพีนั้นทวีหนากว่าแต่ก่อนขึ้นวันหนึ่งประมาณได้จ้างหนึ่ง นับเป็นมาตราสากล ณ กาลปรัตยุบันนี้ได้ประมาณสองเมตรเห็นจะได้ แลร่างพนกู้ก็เปลี่ยนรูปไปตามกาลเวลาซึ่งผันแปรไป พนกู้นั้นเอาตัวค้ำฟ้าดินยืนไว้อยู่เป็นนานจนฟ้าดินคงสภาพมิรู้จะกลับกลายแล้ว ร่างพนกู้ก็ล้มลงตาย
ขณะเมื่อพนกู้จะตายนั้น ก็พ่นลมหายใจตัวออกไปเป็นสายลมแลเมฆขาว เปล่งเสียงกัมปนาทเหมือนดังฟ้าแลบฟ้าร้อง จักษุซ้ายนั้นก็ผันกลับไปเป็นดวงตะวันแดงสง่า จักษุขวากลับกลายเป็นดวงแขสีนวลงาม ผมแลเคราก็แปรกลับเป็นดวงดาวทั้งปวงลอยอยู่ห้วงฟ้าอันไฟศาล แขนแลขาพนกู้แปรไปเป็นเสาเข็มกั้นอาณาเขตสี่ด้านสี่ทิศ อวัยวะในตัวพนกู้ห้าสิ่งอันประกอบด้วยปอดหนึ่ง ตับหนึ่ง ม้ามหนึ่ง หัวใจหนึ่ง ไตหนึ่งนั้น ก็กลับกลายเป็นภูผาใหญ่ห้าหุบ เหิงสัน(เหิงซาน)ข้างทิศอุดรหนึ่ง เฮิงสัน(เหิงซาน...แต่เขียนคนละตัวกับเหิงซานตัวแรกในภาษาจีน)ข้างทิศทักษิณหนึ่ง ไทสัน(ไท่ซาน)ข้างทิศบูรพาหนึ่ง หวาสัน(ฮวาซาน)ข้างทิศประจิมหนึ่ง สงสัน(ซงซาน)อยู่หว่างกลางภูเขาทั้งปวง โลหิตร้อนระอุจากกายพนกู้กลับเป็นลำน้ำเหลืองแลแยงซีเกียงกว้างใหญ่ เนื้อพนกู้ก็กลับเป็นดินสำหรับชาวนาหว่านพืชเกี่ยวข้าว แลหยดเหงื่อพนกู้นั้นก็ตกลงกลับเป็นต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี แผ่นดินก็ได้ความอุดมสมบูรณ์ขึ้นแต่นั้นมา
หนึงวา เทพธิดาผู้สรรสร้างมนุษยโลก
เล่ากันสืบมาว่า ตั้งแต่ครั้งพนกู่เบิกผืนนภาผ่าปฐพีสืบมา แผ่นดินจะได้มีมนุษย์อาศัยนั้นหามิได้ เป็นแต่ดินแดนอ้างว้างรกร้าง ไร้กลิ่นไอแห่งชีวิต
ฝ่ายเทพธิดาหนี่วอให้เดียวดายในใจนัก ครั้นอยู่มาก็พบสระน้ำใส จึงทรุดนั่งริมสระ คว้าเอาดินเหลืองมาปั้นรูปเลียนตามรูปตน หากว่าครั้นหนี่วอวางตุ๊กตาปั้นลงพื้น ตุ๊กตานั้นก็กลับลุกขึ้นเต้นกระโดดมีชีวิตขึ้น หนี่วอก็ยินดี จึงปั้นตุ๊กตาทั้งหญิงแลชายมาอีกเป็นอันมาก ตุ๊กตาเปลือยทั้งปวงก็ลุกเต้นอยู่รอบเทพหนี่วอ ขอบคุณนางเป็นอันมาก แลพากันแยกย้ายไปในที่ต่างๆกัน
หากว่ามนุษย์ทั้งปวงจะอย่างไรก็ต้องตาย หนี่วอจึงกำหนดให้มนุษย์หญิงชายแต่งงานอยู่กินกัน กำเนิดบุตรสืบเชื้อเผ่าพันธุ์สืบไปชั่วกาลนานมาจนถึงบัดนี้
ตำนานเผ่าผู้ใช้เพลิงกาฬ สร้างที่สำหรับอาศัย แลฝูซี
เมื่อครั้งปลายแผ่นดินเลียดก๊ก ซึ่งเจ้านครทั้งปวงขบถขึ้น แผ่นดินระส่ำระสายนั้น ลิปุดอุย (จีนกลางเรียกว่า หลี่ปู้เหว่ย) เสียงก๊กแผ่นดินจี๋นซึ่งมีพระเจ้าจิ๋นอ๋องเจ๋ง(ฉินอ๋องเจิ้ง)เป็นพระเจ้าแผ่นดินจี๋นสืบมาแต่พระเจ้าจี๋นเซี่ยวบุนอ๋องผู้บิดานั้น ให้ปราชญ์จีนทั้งปวงร่วมชำระแต่งหนังสือเรียกสืบมาว่า "หลีสือชุนชิว" อันหลีสือชุนชิวนั้นมีความถึงการโบราณอยู่มีความว่า แต่อดีตครั้งไกลโพ้นจะได้มีผู้ใดแจ้งหามิได้นั้น แผ่นดินนี้หาพระมหากษัตริย์ปกครองไม่ คนทั้ปวงก็รวมกันเข้าเป็นกลุ่มก้อน รู้กันก็แต่มารดา จะได้รู้แจ้งถึงบิดาด้วยนั้นหามิได้ แลคนทั้งปวงก็มิได้ถือญาติพี่น้อง ทั้งพี่น้องผัวเมียหญิงชายเด็กใหญ่แลชนชั้นสูงต่ำนั้น จะได้มีธรรมเนียมถือปฏิบัติกันหามิได้ และมรรยาทพิธีการทั้งปวงก็มิมีผู้ใดถือประพฤติกัน
สิ้นคำซึ่งลิปุดอุยให้ปราชญ์บันทึกถึงอดีตโบราณ แลมีผู้แปลให้ผู้เรียบเรียงฟังแต่เท่านี้
แลนอกไปจากหลีสือชุนชิวซึ่งปราชญ์ทั้งปวง ณ แดนเมืองจี๋นมาบันทึกรวมกันเข้าไว้นั้นแล้ว ยังมีหนังสือซึ่งปราชญ์จีนเรียกว่าหันฮุ่ย(หานเฟย)บันทึกขึ้นเรียกเป็นความหนังสือ "หันฮุยจี่"(จีนกลางเรียก หานเฟยจื่อ) บันทึกถึงการโบราณเป็นความว่า "มีพวกก่อเอาไม้สำหรับเป็นรังที่อยู่ซึ่งใช้หลีกภัย แลคนทั้งนั้นก็ถือเรียกคนซึ่งก่อรังว่าพวกมีรัง แลคนซึ่งเป็นหมู่พวกมาเจาะหินไฟจะใช้จุดไฟขับไล่กลิ่นคาวทั้งปวงนั้น คนก็ขนานนามเป็นพวกคนหินไฟ สิ้นคำซึ่งหันฮุ่ยบันทึกแลมีผู้มาแปลให้ผู้เรียบเรียงฟังแต่เท่านี้
แลคัมภีร์อี้จิง ผู้เรียบเรียงหาแจ้งว่าปราชญ์ใดแต่งไม่นั้น บันทึกเป็นความว่า ในอดีตครั้งโบราณมาแล้ว เผ่าชนฝูซีปกครองผืนปฐพีนี้ แลเอาเชือกมัดปมทำเป็นแหสำหรับจับเอามัจฉาขึ้น สิ้นความนักปราชญ์ซึ่งบันทึกไว้แลมีผู้มาแปลแต่เท่านี้
แลนอกไปกว่าตำราซึ่งบันทึกทั้งนี้แล้ว ยังมีคำคนเล่าขานว่า ฝูซีได้อยู่กินแต่งการกับเทพธิดาหนี่วอ แลกำเนิดมนุษย์ขึ้นเป็นอันมาก นับฝูซีว่าเป็นปฐมบรรพบุรุษแห่งมนุษยโลก แลฝูซียังสอนให้คนทั้งปวงร้จักทอดแหจับปลามากิน ล่าสัตว์ยังชีพ แลคิดทำปา-กว้าขึ้น
บทความโดย ผู้คลั่งสามก๊กและวรรณกรรมจีน
จาก http://www.sanguo-chronicle.com/history/createworld.htm
เทพหนี่วอ ถ้าใครเคยดูเซียนกระบี่พิชิตมารคงจะนึกออกนะ ท่อนบนเป็นหญิงสาว ท่อนล่างเป็นงู เป็นผู้สร้างมนุษย์ให้กำเนิดขึ้น
#1 By _AUN_ on 2007-11-08 13:19